หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เครื่องมือเก็บ ASIN จากเว็บไซต์ Amazon

ขอแนะนำเครื่องมือที่จะช่วยพวกเราทำการตลาดกับ Amazon ได้ง่ายขึ้น นั่นก็คือ Yakuza Tool VGAT
หน้าตาของ Yakuza Tool VGAT

เครื่องมือนี้ใช้งานง่ายมาก

ในช่อง Fill Amazon URL ให้เราใส่ที่อยู่เว็บของ Amazon ที่เราต้องการเก็บข้อมูล

ดังนั้น...เริ่มแรกต้องเข้าไปที่เว็บ Amazon ก่อน ว่าแต่ เอาอะไรทดสอบดีหว่า


ลองกับถ่านไฟฉายนี่ล่ะกัน ทำการก๊อป URL ซะเลย

อ้าว No ASIN ID for get ..สงสัยจะไม่แจ่ม ลองใหม่กับหมวด Kindle แล้วกัน

ไม่ได้อีกแฮะ -*- สงสัยข้อมูลไม่พอ

งั้นเอาอีกที เป็นหมวด TV แล้วกัน


ว้าว..ขนาดค้นหาแค่ 5 หน้า ยังได้มา 107 รายการ

ถ้าดูลึกลงไปอีกสงสัยได้หลายพัน


ลองใช้งานดูครับ ใครที่สนใจก็สามารถลงทะเบียนเป็น VIP ได้ สนนราคาแค่ 7.99$ เท่านั้น
อ๊ะ..ช้าก่อน ถ้าคุณโอนเงินเข้ามาภายใน 10 นาทีนี้ ราคาพิเศษเพียง 189 บาทต่อปี เท่านั้น

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

แนะนำเว็บ diggneed.com

หน้าตาเว็บ diggneed.com

เข้าดูเว็บ diggneed.comแล้วหน้าแรกสวยดีครับ เรียบง่ายดีสีสดใส


ลองเข้าหน้าสมัครกันเลย


ช่องแรกให้ใส่ชื่อ...ชื่ออะไรหว่า? ผมลองใส่ชื่อเว็บผมดู Thai SEO Begin น่าจะหมายถึงอันนี้มั๊ง
อ้าวผิดพลาด แล้วมันต้องใส่ยังไงหว่า? ลองใส่เป็น ThaiSEOBegin ดูซิ ..อ้อ..ห้ามเว้นวรรค

ต่อไปใส่อีเมล์ อันนี้ไม่มีปัญหาอะไร

ใส่รหัสผ่านและตรวจสอบรหัสผ่าน ไม่มีปัญหาอะไรเหมือนกัน

ใส่ capcha อันนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร

OK เรียบร้อย


เสร็จแล้ว  ...  ... ทำอะไรต่อดีหว่า

ปุ่มเพิ่มเรื่อง ...อยู่ไหนหว่า ..อ้อ..เจอแล้ว..อยู่ด้านขวาบนนี่เอง กดซะ


ใส่เลยเว็บเรา thaiseobegin.blogspot.com ..ดำเนินการต่อ

โอ้..แหล่ม ใส่ข้อมูลเบื้องต้นให้ด้วย

จัดการใส่ช่องที่เหลือลงไปซะเลย


อ๊ะ..จบซะแล้ว ที่เหลือรอดูบอท ..ถ้าไม่แรงเดี๋ยวเอามาประจาน..ล้อเล่นนะครับขำๆ :)

เป็นไงมั่งครับพี่น้อง ใช้ง่ายดีมั๊ยครับ

ลองแวะเข้าไปใช้งานดูครับ diggneed.com

credit: tantatoo

วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

10 อันตราย ที่มีผลกับ Landing Page

Image Credit: Pixtel

Landing Page ที่ดี จะต้องตรวจสอบดังนี้

1 หัวข้อ Landing Page ไม่เข้ากันกับข้อความโฆษณา 
2 หัวข้อสับสน ไม่สื่อความหมายใดๆ หรือเข้าใจความหมายได้ยาก
3 ไวยากรณ์ผิด เขียนมั่ว ไม่รู้เรื่อง
4 หน้าเพจไม่มีความน่าเชื่อถือ บางทีเราใช้สีทะมึนหรือแรงไปหน่อยไม่โดนใจคนดู
5 ไม่มีปุ่มเรียกร้องให้การกระทำ เช่น กดที่นี่เพื่อดาวน์โหลด, สนใจคลิ๊ก
6 ไม่มีข้อความการเรียกร้องให้การกระทำ เช่น ซื้อเลย, เริ่มเดี๋ยวนี้, ห้ามพลาด
7 เพิ่มลิงค์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่อย่าเลอะ
8 ภาพถ่ายหรือรูปภาพมีคุณภาพต่ำ พวกภาพแตกๆ ไม่ต้องเอาลงหน้าเพจให้คนดูเสียอารมณ์
9 หน้า Landing แออัดยัดเยียดเกินไป ควรลดข้อความลงให้พอเหมาะ และควรจัดหน้าให้คนดูสามารถอ่านได้ง่าย
10 ไม่เคยทดสอบ ลองทดสอบปรับเปลี่ยนข้อความ หรือตำแหน่งของ Landing Page ดูบ้าง เพื่อเรียกคนเข้ามาดู

วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Web Hosting Companies in Thailand - เว็บโฮสต์ในไทย

ภาที่ 1/2
ภาพที่ 2/2

ลำดับเว็บโฮสติ้งนี้ เป็นลำดับจากการวัดปริมาณจำนวนของโดเมนที่จดกับผู้ให้บริการแต่ละราย และไม่ได้เป็นรายชื่อผู้ให้บริการทั้งหมดในประเทศไทยครับ เอามาให้ดูเพื่อประกอบการพิจารณาการเลือกใช้บริการ ขอย้ำว่าไม่ได้เป็นการโฆษณาให้นะครับ อิอิ :)

เครดิต webhosting.info

วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

สรุป seo สั้นมาก!!! - สั้นๆ ได้ใจความ ไม่ต้องยืดเยื้อ


1. เขียนบทความเสร็จ submit กับ digg ทันที
นอกจาก digg แล้ว รวมถึงการ share link ไปยังเว็บบอร์ด, เว็บลงประกาศฟรี

2. แชร์ผ่าน google+ คนเข้าเว็บ ตามมาดูบทความที่แชร์ เร็วมาก
แม้จะมาใหม่แต่ก็แรงไม่แพ้เว้บ social

3. แชร์ผ่าน facebook (แฟนเพจ) twitter ได้แบ็คลิ้งค์
ใช้พลังของ social ให้เป็นประโยชน์

4. เว็บบอร์ดไหน โพสบ่อยๆ ใช้ประจำ pr ดี เนื้อหาใช่ "ติดลายเซ็น" url เว็บ เลือก meta ให้น่าคลิ๊ก และเกี่ยวกับ url
เลือกเว็บบอร์ด, เว็บลงประกาศฟรีที่เนื้อหาตรงกับเรา แล้วเข้าไปสมัครสมาชิก แล้วใส่ลายเซ็นด้วยอย่าลืม

5. หาความรู้ seo ในเว็บ . บล็อก . บอร์ด ต่างประเทศบ่อยๆ เพราะเขาทำ seo ยากกว่าเรา (Eng แข่งเกือบทั่วโลก Th แข่งไทย)
หาความรู้เพิ่มเติม หมั่นทำอย่างสม่ำเสมอ

6. ฝึก Eng อ่านไม่ออก google ช่วยได้ (เพื่อใช้ประโยชน์ในข้อ 5.)
ใช้ google แปลภาษา ให้เกิดประโยชน์

7. หาแบ็คลิ้งค์จากโดเมนเนมมีอายุ 10+ ปี อย่างน้อย 5 โดเมนเนม
โดเมนที่มีอายุมากจะมีคนเข้าดูอย่างสม่ำเสมอ หาให้เจอแล้วหาทางสร้าง link เช่น ใส่ลายเซ็น กลับมายังเว็บของเรา

8. youtube อัพ vdo .ใส่แท็ก .urlใต้วิดีโอ ทิ้งไว้
ใครที่มีความสามารถในการทำ VDO ก็ให้ทำ Youtube เพื่อเพิ่มช่องทางให้คนเข้าเว็บเรามากขึ้น

9. หา Blacklink จาก .edu .gov ให้ได้มากที่สุด
ในต่างประเทศคนทั่วไปจะเข้า .edu และ .gov มากกว่าคนไทย ถ้าเราต้องการลูกค้าจากต่างประเทศต้องหาเว็บพวกนี้แล้ววางลายเซ็นซะ

10. ทำเว็บ 70% ทำ seo 30%
แม้ว่า SEO จะสำคัญ แต่เนื้อหาของเว็บเพื่อดึงดูดคนเข้า ย่อมสำคัญกว่า

11. อย่าลืมตัวตายตัวแทน (เว็บจำลองที่ลงหลุมแทนเว็บจริง)
ในการทำ SEO บางครั้งเราอาจจะเผลอทำผิดกฎของ Search engine รายใหญ่ได้ ดังนั้นมี 2 เว็บย่อมดีกว่ามีเว็บเดียว

12. hosting ไม่ดีมีผลต่อ PR
เว็บเน่า, เว็บล่มบ่อย, ip โดน search engine บล๊อก ย่อมมีผลกับเว็บเรา

13. เขียนผิด มีผลต่อ index
เนื้อหาที่มีคำผิดเยอะ พวก search engine จะมองว่าเป็น spam ทำให้เว็บโดนดูดลงหลุมได้

14. keyword ในหัวข้อ และ 2% ในเนื้อหา
keyword ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

15. Sitemap บ้างก็ดี
Sitemap ที่ดี จะดึงดูด bot เข้าเว็บเราได้เร็วขึ้น

เครดิต lukplaz@thaiseoboard

วันอังคารที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เว็บตรวจสอบว่า Google Adsense โดนแบนหรือไม่

หลายท่านที่ติดตั้ง Google Adsense แล้วไม่มีรายได้เข้าเว็บเลย คือ มีคลิ๊ก แต่ไม่มีรายได้ จึงเกิดความสงสัยว่าเว็บของเราโดน Google Adsense แบนซะแล้วล่ะมั๊ง ตอนนี้เรามีเว็บผู้ช่วย ที่จะบอกคำตอบนี้ให้กับเราได้

เว็บที่ว่านี้คือ http://www.bannedcheck.com เป็นเว็บที่ใช้ตรวจสอบเว็บที่ติดตั้ง Google Adsense นั้น ถูกแบนจาก Google หรือไม่
หน้าตาเว็บ Banned Check
เริ่มตรวจสอบ - ลองเข้าเว็บ http://www.bannedcheck.com ก็จะปรากฎหน้าตาเว็บตามรูปด้านบน
ใส่ชื่อเว็บนี้ลงไป ปรากฎว่าถูกแบนแฮะ
ลองของ - ใส่ชื่อเว็บ www.bannedcheck.com ลงในช่องตรวจสอบซะ ปรากฎว่าโดนแบนซะงั้น เอ๊ะหรือว่าโปรแกรมผิดพลาด
ใส่เว็บ google.com ลงไปบ้าง เว็บก็แสดงผลว่าไม่ถูกแบน
ลองของ(อีกครั้ง) - ใส่ www.google.com ลงในช่องตรวจสอบ ก็มีข้อความแสดงว่าไม่ได้ถูกแบน (ก็แหงล่ะ ถ้าถูกแบนล่ะก็ เว็บอื่นโดนหมดไม่เหลือแน่ ^^) แถมยังบอกจำนวนหน้าที่ถูก Google ทำการ Index ให้ด้วย

สรุปว่าเว็บ http://www.bannedcheck.com ก็ยังพอมีความน่าเชื่อถืออยู่บ้าง ในการตรวจสอบการถูกแบนหรือไม่จาก Google Adsense ถ้าไม่นับหน้าตาเว็บที่ดูแสนจะคลาสสิค เว็บนี้ก็มีดีพอตัวเช่นกัน

วันอังคารที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ฟรี 25 Backlink different C class IP ด้วย Social Monkee

เสริมความแรงในการสร้าง Backlink อย่างต่อเนื่อง ด้วยเว็บ Social Monkee ซึ่งเว็บนี้จะสร้างอย่างน้อย 25 Backlink แบบ Different C class IP (ง่ายๆคือมาจากหลายๆ Hosting)ให้กับเราแบบฟรีๆ ย้ำ..อย่างน้อย 25 Backlink แบบไม่ต้องเสียเงิน เพียงแค่เราสมัครโดยใช้ Email ของเรา และแนะนำต่อไปอีก 12 คน(ทำอย่างกับ MLM)

ขั้นตอนการสมัครและ Submit เว็บของเรา
1. เข้าไปที่ Social Monkee แล้วทำการสมัครสมาชิกที่ด้านล่างของหน้า โดยกรอกข้อมูลชื่อ, Email และรหัสผ่าน
2. หลังจากสมัครสมาชิกแล้ว ต้องคลิ๊ก confirm ที่ email ของเราด้วย จึงจะสมบูรณ์ โดยภาพด้านบนนี้คือหน้าแรกของสมาชิก หลังจากที่เรา Login เข้าระบบแล้ว
3. คลิ๊กที่เมนู Download Our Firefox Plugin / Submit to Sites เพื่อทำการ Submit เว็บของเรา โดยภาพด้านบนนี้คือหน้าเว็บ Submit ให้เรากรอกข้อมูลเว็บของเราให้ครบถ้วน ..แต่ ตรงข่อง title 1, 2 และ 3 นั้นจะต้องไม่มีขีดกลาง หรือ '-' อย่างเด็ดขาด

4. หากใครใช้ Firefox ก็สามารถดาวน์โหลด Plugin (ปุ่มสีเขียวรูปลิงด้านขวา จากรูปในข้อ 3) ไปใช้งานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบได้

5. หากเราต้องการ Upgrade เป็น Premium เพื่อจะได้รับ 100 Backlink จะต้องทำการแนะนำเว็บนี้ให้กับคนอื่นๆต่อไป โดยใช้ Link ที่อยู่ด้านขวาบน (จากรูปในข้อ 2) หรือกดที่เมนู Promo Tools ก็ได้

อันนี้ Link แนะนำของผมครับ ช่วยสนับสนุนด้วยครับ -> http://www.socialmonkee.com/index.php?af=3417

เพิ่มเติม เนื่องจากระบบนี้ฟรี จึงมีข้อเสียตรงที่..เราจะต้องทำการ submit ทุกวัน วันละ 1 ครั้ง อาจจะลำบากในการที่ต้องเข้ามา Submit แต่ถ้าท่านใดที่ใช้งาน iMacros อยู่แล้วก็จะสะดวกมากขึ้น

วันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ฟรี 2000 backlink ภายในครึ่งชั่วโมง

เนื่องจากความสำคัญของการทำ SEO คือการสร้าง backlink ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้น วันนี้ Thai SEO Begin ก็จะยังคงขอแนะนำวิธีการสร้าง backlink อย่างง่ายและรวดเร็วต่ออีกนะครับ โดยวันนี้จะขอเสนอวิธีการสร้าง 2000 Backlink ภายในเวลาครึ่งชั่วโมง อันนี้ขอ confirm ว่าใช้เวลาครึ่งชั่วโมงจริงๆ เพราะลองมาเรียบร้อยแล้ว และเพื่อไม่ให้เสียเวลาสาธยายมาก เรามาดูวิธีการสร้างกันดีกว่า

วิธีการสร้าง 2000 backlink ภายในครึ่งชั่วโมง

1. ไปที่เว็บ http://verifiedfile.com/seo/ ตามรูปด้านบน และ web browser จะต้องไม่บล๊อก popup ของเว็บนี้ด้วยนะครับ หลังจากเข้าเว็บแล้ว มาดูขั้นตอนการกรอกข้อมูลกัน
  1. ใส่ที่อยู่เว็บไซต์ของเราลงในช่อง Domain:
  2. ติ๊กเลือก New Browser
  3. เลือก Max Popups ไว้ที่ 25 - หากเลือกต่ำกว่านี้ จะใช้เวลานานกว่าครึ่งชั่วโมง แต่ก็เหมาะกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สเปคไม่สูงนักและเน็ตไม่ค่อยแรง ถ้าเลือกเยอะกว่านี้ เครื่องคอมพิวเตอร์และเน็ตต้องแรงหน่อย แต่จะใช้เวลาน้อยกว่าครึ่งชั่วโมง
  4. เลือก Max urls เป็น All เพื่อให้ได้ 2000 backlink แต่ถ้าเลือกน้อยกว่านี้ก็จะได้จำนวน backlink ตามเท่าที่เลือกเท่านั้น
  5. กด Submit
2. รอจนเสร็จประมาณครึ่งชั่วโมง ระบบจะทำการ run แบบ auto ไปเรื่อยๆ

วันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2554

2500 Backlink ง่ายๆในคลิ๊กเดียว

สิ่งสำคัญในการทำ SEO คือการสร้าง Backlink ให้กับเว็บของเรา เพื่อที่เราจะสามารถทำ Page Rank ได้สูง และติดอันดับต้นๆของ Search Engine แต่การสร้าง Backlink ขึ้นมาแต่ละที่นั้นก็สุดแสนจะยากเย็นเต็มทน แต่..วันนี้เรามีผู้ช่วยที่ดีที่จะสามารถทำให้เราสร้าง Backlink ได้ 2500 Backlink ภายในเวลาอันสั้น สิ่งนั้นก็คือ IMT Website Submitter 


เรามาดูวิธีการสร้าง Link กันดีกว่า


1. คลิ๊ก Link ไปที่ IMT Website Submitter แล้วใส่ข้อมูลเว็บของเรา

  • ช่อง Website/Blog url ให้ใส่ที่อยู่เว็บของเรา อย่าลืมใส่ http:// ด้วยนะ
  • ช่อง keyword ใส่ keyword ที่เราต้องการลงไป หรือจะไม่ใส่ก็ได้
  • ช่อง Limit ให้เลือกจำนวน Directory ที่เราต้องการที่นี่ ยิ่งมากก็จะยิ่งนานครับ

2. รอให้ระบบทำการ Submit เว็บของเรา ยิ่งเลือกจำนวนมาก ยิ่งนานครับ นอกจากจะ Submit ให้ ยัง Ping แถมให้ด้วย เรียกบอทได้ถล่มทลายเลยล่ะ แม้ว่าบางเว็บจะ Failed ก็ตาม
3. ภาพสุดท้าย แสดงให้เห็นว่าได้มากกว่า 2500 Directory จริงๆ เสียดายที่เว็บสุดท้าย Failed แต่ก็บอกได้ว่าเป็นเครื่องมือที่สุดยอดจริงๆ

วันจันทร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2554

เพิ่มจำนวนคนเข้าเว็บด้วย Twiends

เนื่องจากปัจจัยหลักในการทำเว็บไซต์ก็คือ การเพิ่มจำนวนคนเข้าชมเว็บไซต์ และวิธีการเพิ่มจำนวนคนเข้าเว็บก็มีทั้งแบบฟรีและเสียเงิน, ง่ายและยาก ดังนั้น เรามาดูวิธีการเพิ่มจำนวนคนเข้าเว็บไซต์แบบฟรีและง่ายกันดีกว่า ด้วยเครื่องมือของเว็บไซต์ Twiends.com จะช่วยให้การหาคนเข้าเว็บนั้นง่ายดายยิ่งขึ้น

วิธีการสมัครและใช้งานเบื้องต้นของ Twiends
1. สมัครสมาชิก, เว็บ Twiends นี่สมัครง่ายมาก เพียงแค่กรอก Username, Password และ Email แล้วกด Register ก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว สามารถ Log in ได้ในทันทีหลังจากสมัครเสร็จ
2. หลังจาก Login ที่ด้านขวามือจะแสดงค่าเครดิตของเรา เครดิตเริ่มต้นมี 15 เครดิต อาจจะดูน้อยครับ แต่อยากจะบอกว่าตอนนี้ผมมีมากกว่า 1000 เครดิตในระยะเวลาแค่ 3 วันเอง



3. ตัวอย่าง Tab ต่างๆใน Twiends, หากเราต้องการจะเชื่อมต่อกับ Profile ของเราใน Twitter และ Facebook ก็ให้เราทำการ Login เข้า Profile นั้นก่อน แล้วจึงค่อยกด Sign in with Twitter สำหรับ Twitter และ f Connect สำหรับ facebook
4. ส่วนการตั้งค่าเว็บไซต์ของเรา และ Youtube จะต้องกดที่เมนู Settings ที่อยู่ด้านขวาบนของ Twiends
5. เมื่อเข้าเมนู Settings แล้ว ที่เมนูย่อยด้านซ้าย ให้เลือก Websites แล้วใส่ web URL และชื่อเว็บของเรา หลังจากนั้นกดปุ่ม +
6. การเพิ่ม Youtube ก็เช่นเดียวกันกับการเพิ่ม Websites
7. หลังจากใส่ web ที่ต้องการโปรโมทแล้ว ต่อไปจะเป็นการหา Credit เพิ่ม, วิธีก็แสนง่าย คือกด +twiends ที่ปุ่มสีเขียวของคนอื่น ตามรูป คะแนนที่เพิ่มก็ดูได้ที่เหนือปุ่ม เช่น Get 8 credits เมื่อเรากดดูก็จะได้ 8 credits
8. ง่ายๆเพียงเท่านี้ คุณก็จะมีคนเข้าเว็บคุณเพิ่มขึ้น มีคน follow คุณมากขึ้น มี fan page มากขึ้น ง่ายและฟรี ดีมั๊ยครับ

วันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2554

SEO Directory Submitter

วันนี้มีเครื่องมือตัวหนึ่งมาแนะนำครับ ชื่อว่า digiXMAS Directory Submitter โปรแกรมนี้จะช่วยเราในการ Submit เว็บของเราไปยัง 150 Web Directory ภายในเวลาอันรวดเร็ว

เรามาดูวิธีการเริ่มใช้งานกันครับ


1. ไปที่เว็บไซต์ของ digiXMAS ที่ http://www.digixmas.com แล้วเลือก Register เพื่อลงทะเบียนใช้งานโปรแกรมและเว็บไซต์


2. กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน



3. หลังจากลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว เลือกเมนู Download เพื่อทำการ Download โปรแกรมมาใช้งาน


4. เลือก Download โปรแกรม digiXMAS Directory Submitter ตามรูป แล้วลงโปรแกรมที่เครื่องให้เรียบร้อย


5. เมื่อลงโปรแกรมเสร็จแล้ว ก็เรียกใช้งานโปรแกรมเลย พอเข้าโปรแกรมแล้ว ให้ทำการ Log in ก่อน โดยใช้ Username และ Password ตามที่เราได้ลงทะเบียนไว้ในข้อ 2


6. เมื่อ Login แล้ว กดปุ่ม Add ตามรูป เพื่อเพิ่มข้อมูลของเว็บไซต์ของเรา


7. ใส่ข้อมูลเว็บไซต์ของเราให้ครบถ้วน

  • ในช่อง Description ขอแนะนำให้ใส่ข้อมูลให้ครบ 250 ตัวอักษรพอดี จะทำให้ Submit ได้ง่ายขึ้น
  • ในช่อง Username และ Password ไม่จำเป็นต้องเหมือนกับที่ลงทะเบียนไว้ในข้อ 2 ก็ได้ สามารถกรอกใหม่ได้


8. หลังจากกรอกข้อมูลเว็บไซต์ของเราเรียบร้อยแล้ว ให้เลือกเมนู Submit แล้วเลือก Submit to Pending อีกที เพื่อให้โปรแกรมเริ่มทำการ Submit

9. รอจนกว่าจะเสร็จ ระหว่างนี้ อาจจะมีตัวเลือกมาให้กรอก เช่น ประเภทของเว็บไซต์ และ Captcha

10. เสร็จแล้ว ข้อมูลเว็บของเราถูกส่งไปยัง 150 Directory แล้ว

11. อย่าลืมไป THANKs ให้กับผู้สร้างโปรแกรมที่เว็บ digiXMAS(รวมถึงผมที่ review ด้วย)

วันพุธที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Back Link ขุมกำลังสำคัญในการทำ SEO

Back Link
คือ Link ที่มาจากภายนอกเว็บของเรา หรือง่ายๆคือ Link ที่มาจากเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่ของเรา

เนื่องจาก Google bot นั้น จะให้คะแนน 1 คะแนน สำหรับเว็บไซต์ที่มี Link ไปถึง ดังนั้น หากคุณไปสร้าง Link ที่เว็บไซต์อื่น 70 เว็บ Link เข้ามาที่เว็บของเรา เราก็เหมือนมีคะแนน 70 คะแนน Page Rank ของคุณก็จะสูงขึ้น และในทำนองเดียวกัน หาก Link คุณเสีย ไม่สามารถ Link มายังเว็บของคุณได้ซัก 7 Link คะแนนของคุณก็จะเหลือ 63 คะแนน หรือหายไปถึง 10% นั่นเอง ก็ส่งผลให้ Page Rank ตกได้เช่นกัน

แต่..อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเราจะสร้าง Link ที่มาจากภายนอก แต่ถ้าถูก webmaster ของเว็บนั้น ใส่เงื่อนไขของ Link นั้นว่า "nofollow" (โน ฟอลโลว์ :: ห้ามติดตาม Link นี้) แม้ว่าเราจะสร้างไว้ 100 Link แต่ถ้าทุก Link มีเงื่อนไข "nofollow" คะแนนที่เราได้ก็จะเป็น 0 หรือง่ายๆ คือ เหนื่อยฟรี




ตัวอย่าง Link "nofollow"
คำสั่ง nofollow ทั้งหน้า
<meta name=”robots’ content=”nofollow”>
คำสั่ง nofollow เฉพาะบาง Link
<a href=” URL ที่ต้องการ ” rel=”nofollow”> ชื่อลิ้งค์ </a>

และในทางกลับกัน เมื่อ "nofollow" ได้ ก็ต้อง "dofollow" (ดู ฟอลโลว์ :: ให้ติดตาม Link นี้) ได้เช่นกัน

แม้ว่า "nofollow" และ "dofollow" จะมีความสำคัญต่อการทำ SEO แต่ในการ Link กลับมานั้นยังสามารถทำได้ปกติ หรือง่ายๆก็คือ แม้ว่า Back Link จะติดเงื่อนไข "nofollow" ก็ไม่มีผลที่จะทำให้ลูกค้าของคุณเข้าร้านคุณไม่ได้ เพียงแค่ร้านคุณไม่ได้คะแนนเท่านั้น

5 ปัจจัยเบื้องต้น ที่ทำให้ Google Page Rank ของคุณตก

ในการทำ SEO นั้น หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไม PR ของเราจึงตกลงมา เรามาดูกันครับว่าเว็บของคุณกำลังประสบปัญหาเหล่านี้อยู่หรือไม่

ปัจจัยเบื้องต้น ที่ทำให้ Google Page Rank ของคุณตก


1. เว็บของคุณกำลังขาดเนื้อหาที่สดใหม่ เนื่องจาก Google bot นั้นชอบเนื้อหาเว็บที่สดใหม่อยู่เสมอ ดังนั้นเราควรที่จะเพิ่มเนื้อหาในเว็บของเราอย่างสม่ำเสมอ Google bot จะได้แวะเข้ามาเยี่ยมเยียนเว็บเราบ่อยขึ้น ก็จะทำให้ Page Rank เพิ่มขึ้นได้เช่นกัน


2. โครงสร้าง Link ภายในเว็บของคุณมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ลองตรวจสอบ Link ภายในเว็บของคุณอีกครั้งว่ามี Link ที่เสียหายหรือไม่ เช่น หากมีการลบหน้าเว็บไป อาจจะทำให้ Link ที่เคย Link มายังที่หน้านั้นขาดไป หรืออาจจะ Link กันไปมามากเกินไปจน Google bot งง ให้ลองตรวจสอบดูใหม่อีกครั้ง นอกจากนี้การ Link ออกไปยังเว็บอื่นมากเกินไป ก็ทำให้ Page Rank ตกได้เช่นกัน


3. Back Link จากภายนอกมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม Link จากภายนอก มีความสำคัญในการทำ SEO ให้ลองตรวจสอบว่า Link เหล่านั้นยังใช้งานได้ดีอยู่หรือไม่ บางครั้ง Link ที่คุณเคยสร้างไว้ อาจจะ Link ไปยังหน้าเว็บที่คุณลบไปแล้ว พอ Google bot วิ่งเข้ามาดู ก็จะไม่สามารถวิ่งไปยังเว็บของคุณได้


4. เว็บของคุณไปก๊อปเว็บคนอื่นมาทั้งดุ้นหรือเปล่า ง่ายๆก็คือขโมยมานั่นแหละ Google bot จะถือว่าสิ่งนี้เป็นความผิดอย่างมากในการสร้างเนื้อหาของเว็บไซต์ หากคุณไม่ได้สร้างเอง ก็อย่าไปก๊อปมาทั้งดุ้น ให้เอามาต่อยอดพัฒนาไปบ้าง ตามคำที่ว่า Copy and Development หรือก๊อปปี้มาก็ต้องพัฒนาต่อไปบ้าง อย่าเอามาใช้ทั้งดุ้น ไม่งั้น Google bot จะมองว่าเป็นสแปม และจะลด Page Rank ของเราลง


5. เว็บของคุณเริ่มนิ่ง นิ่งในที่นี้หมายถึง คุณไม่มีการหา Back Link เพิ่ม ไม่หือไม่อือ ไม่ทำอะไรในเว็บนี้แล้ว เทพแล้ว แต่แล้ว Google bot ก็เดินทางมาสังหารเทพ ด้วยการลด Page Rank ลง ดังนั้น แม้ว่าคุณจะทำ SEO จนกระทั่งได้ติดหน้าแรกหรือแม้แต่อันดับ 1 แล้วก็ตาม จงอย่าชะล่าใจไม่คิดจะทำอะไรเพิ่มเติมให้กับเว็บ วันหนึ่งแม้แต่เทพก็อาจจะตกสวรรค์ได้เช่นกัน

วันอังคารที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Social Media Marketing

Social Media Marketing
หรือ การตลาดแบบใช้สื่อสังคมออนไลน์ คือ การสำรวจชุมชนออนไลน์เพื่อส่งเสริมการขาย การเปิดรับและโอกาส ให้กับเว็บไซต์ของเรา

การตลาดแบบใช้สื่อสังคมออนไลน์ สร้างความได้เปรียบที่สำคัญที่สุด คือการแสดงตัวตนของคุณ หรือแม้แต่ธุรกิจของคุณบนโลกออนไลน์ คุณสามารถบอกโลกทั้งใบได้ว่า คุณเป็นใคร มีความสนใจเรื่องอะไร กำลังทำธุรกิจด้านไหน คุณสามารถบอกได้เท่าที่คุณอยากจะบอกโดยต้องไม่ผิดกฎหมายและจริยธรรม

หน้าที่หลักของการตลาดแบบใช้สื่อสังคมออนไลน์ คือ ช่วยเพิ่มอัตราการเข้าชมและโอกาสใหม่ๆของเว็บของเรา โดยที่เราไม่ต้องเสียเงินค่าโฆษณาเลยแม้แต่สตางค์เดียว

สื่อสังคมออนไลน์ที่สำคัญในปัจจุบัน ได้แก่ บล็อก, ฟอรั่ม หรือ เว็บบอร์ด, Twitter, เครือข่ายสังคมเช่น Hi5, Facebook, MySpace รวมถึงเว็บไซต์ เช่น YouTube และ Flickr ก็เช่นกัน

ลองสมัครเว็บเครือข่ายสังคมสักที่ สร้างเครือข่ายของคุณบนนั้น แล้วลองใส่ Link ไปยังเว็บไซต์ของคุณ เท่านี้สื่อสังคมออนไลน์ก็พร้อมที่จะทำงานให้คุณแล้ว

ความสำคัญของ Sitemap

Sitemap (ไซต์แม๊พ)
หรือง่ายๆก็คือ แผนที่ของเว็บเรา มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการทำ SEO หากเรามองภาพง่ายๆ เหมือนเราไปเมืองหนึ่งที่ไม่เคยไปมาก่อน อันดับแรกเราต้องหาแผนที่ของเมืองนั้นเสียก่อน เราจึงจะสามารถไปยังสถานที่ที่ต้องการได้ หากไม่มีแผนที่ เราก็ยังคงเดินแบบงงๆหาทางไปไม่ถูกแน่

Sitemap ก็เหมือนกับแผนที่ของเว็บเราที่คอยนำทางให้กับ Google bot (กูเกิ้ล บอท) ที่เข้ามาตรวจสอบภายในเว็บของเรา หากเราทำ Sitemap ดีๆแล้วล่ะก็ Google bot ก็จะสามารถเข้าไปตรวจสอบภายในเว็บของเราได้ง่ายขึ้น

เรามาลองดูตัวอย่างของ Sitemap กันครับ




จากตัวอย่างภาพทั้ง 3 ด้านบนนี้ จะเห็นได้ว่า Sitemap นั้นดูง่าย สามารถนำเราไปยังเนื้อหาที่ต้องการได้ดี ซึ่งในโลกแห่งความเป็นจริงก็เช่นกัน หากเราเจอแผนที่ที่ดูแล้ววกไปวนมา เราก็ไม่อยากดูแผนที่นั้นอีก และอาจจะพาลให้ไม่อยากไปเมืองนั้นอีกเลย

สรุป หากต้องการให้ Google bot เข้ามาเยี่ยมบ่อยๆ เพื่อให้อันดับเว็บของเราดีขึ้น อย่าลืมใส่แผนที่หรือ Sitemap ลงไปในเว็บด้วย

วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เครื่องมือช่วยค้นหา Keyword :: Keyword Suggestion Tool

บทความนี้เราจะมาดูว่ามีเครื่องมือในระดับเบื้องต้นอะไรบ้างที่จะช่วยให้เราค้นหา Keyword ที่ตรงใจเราที่สุด

เครื่องมือแรกที่จะแนะนำก็คือ Keyword Suggestion Tool ของ Google นั่นเอง

วิธีการเข้าใช้งานก็ง่ายมาก หากไม่รู้ Link จริงๆก็สามารถเริ่มจากการใช้ Google ค้นหาเครื่องมือนี้ ด้วยการเข้าไปที่หน้า Google แล้วพิมพ์คำว่า Keyword Suggestion Tool ลงในช่องค้นหาแล้วกดค้นหา แต่ถ้าใครไม่อยากเสียเวลาพิมพ์ก็กดที่ Link นี้ https://adwords.google.com/select/KeywordToolExternal ก็สามารถเข้าใช้งาน Keyword Suggestion Tool ของ Google ได้แล้ว

เมื่อเข้ามาแล้วจะเห็นหน้าตาเครื่องมือตามรูปด้านล่างนี้



วิธีการใช้งานก็ง่ายมาก
หมายเลข 1 ใส่ Keyword ที่เราต้องการลงไปในช่องนี้ โดย 1 บรรทัดต่อ 1 คำ
หมายเลข 2 เมื่อใส่ Keyword ที่ต้องการแล้ว ให้กดปุ่ม Search หรือ ค้นหา
หมายเลข 3 เป็นช่องที่ผลการประมวลของ Keyword ที่เราใส่ในช่องหมายเลข 1



ภาพด้านบน ทดสอบประมวลผล Keyword จำนวน 2 ตัว คือ blog และ spot โดยใส่ 2 คำนี้ลงในช่องหมายเลข 1 แล้วกด Search จะปรากฎผลออกมาที่ช่องหมายเลข 3

ในช่องที่ 3 ก็จะมีคอลัมน์ปรากฎเพิ่มมาอีก 5 คอลัมน์ ดังนี้
1. Keyword จะแสดง Keyword ที่เราใส่เข้าไป นอกจากนี้ เครื่องมือยังช่วยเราค้นหาคำใกล้เคียงให้อีกด้วย
2. Competition จะแสดงจำนวนการแข่งขันสำหรับ Keyword นี้ หากแถบสี่เหลี่ยมมีความทึบมากแสดงว่า Keyword นี้ ไม่ใช่ Niche Keyword
3. Global Monthly Searches คือจำนวนการค้นหาทั่วโลกต่อเดือน ยิ่งมากแสดงว่ามีคนสนใจในคำนี้มาก
4. Local Monthly Searches คือจำนวนค้นหาภายในภูมิภาคต่อเดือน ยิ่งมากแสดงว่ามีคนสนใจในคำนี้มาก
5. Local Search Trends คือแนวโน้มในการค้นหาภายในภูมิภาค หากกราฟด้านขวาสูงกว่าด้านซ้าย แสดงแนวโน้มว่าจะมีการค้นหาเพิ่มขึ้น